ชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์

Baby

Baby

ย้อนกลับไปในสมัยที่จำความได้เมื่่อปี 2517  ที่เกิดออกมาลืมตาดูโลก เด็กตัวอ้วน ๆ หน้าตา กลม ดิ๊ก ใคร ๆ ก็อยากจะเข้ามาอุ้ม (หน้าตาเหมือนคนรวย)  จากเด็กเรียนในโรงเรียนเอกชน (โรงเรียนวัฒนาศึกษา) ไฮโซสุด ๆ เมื่อพ่อตกงานในวัย 7-8 ขวบ ก็มาเรียนในโรงเรียนที่ค่าเทอมถูกหน่อย โรงเรียนจารุศินท์ ตอนนี้ก็ปิดไปละ ข้าวกลางวันก็รอแม่มาส่ง หรือ ข้างบ้านอาอี้ฝากเอาข้าวมาให้  สินทรัพย์ที่แม่มี ไม่ว่าจะเป็นแหวนเพชร สร้อยทอง ขายหมด เพื่อส่งลูกทั้ง 5 คนเรียน  ชีวิตนี่เริ่มต้นคำว่า ศูนย์ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เพราะหลังจากแม่ยืมเงินอาอี้  จนกระทั่งญาติ ๆ เอือมระอา จนแม่ต้องมาขายเต้าทึงตลาดพลู เพื่อประคับประคองครอบครัวเป็นเสาหลักของบ้าน (พ่อเองก็เริ่มหมดกำลังใจ) และก็ช่วยแม่ขายเต้าทึงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 เริ่มหาเงินเป็นตั้งแต่ 10 ขวบหรือเปล่าจำไม่ได้ …. คือรับเรียงเบอร์ จากแถวดาวคะนองวิ่ง ไป เรียงเบอร์ไหมครับเรียงเบอร์  คนสมัยก่อนน่าจะเคยได้ยิน  รับมา ใบละ 25 สตางค์ขายใบละ บาท กำไรจากการขายเรียงเบอร์ คือประมาณ 10-25 บาท คือค่าข้าวในโรงเรียนในวันถัดไป (อย่าถามหาความสนุกในวัยเด็ก ถามว่าขโมยของในห้างไหนบ้าง น่าจะดีกว่า)

หาเงินในสมัยเรียน ที่โรงเรียนวัดราชโอรส มัธยมปลาย

Food Bay / Food Plaza คือ ที่ทำงานที่แรก ที่ไปเก็บจาน ที่ The Mall ท่าพระ ทำงานในช่วงวันปิด เทอม โดยที่ เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ไปเรียนพิเศษ
* Super Market คือ แหล่งหาเงินที่ดีที่สุด ที่เข็นรถไปยังลานจอดรถแล้วได้ Trip เป็นรายได้หลักในการส่งเสียค่าเทอมตัวเอง และ เป็นเงินเก็บสำหรับตัวเองไว้เรียนต่อมหาวิทยาลัย ถามว่า ในช่วงเวลาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ต้องพูดถึง ถึงสอบติดก็ไม่มีโอกาสไปเรียน เป้าหมายคือ รามคำแหง ตามพี่ ๆ ที่เรียนกันอยู่

บ้านยากจนแม่ลำบากเลีี้ยงลูก 5 คน 

ลูกทุกคนต้องรู้จักอดออม การจะส่งตัวเองเรียนให้เรียนให้จบจากโรงเรียนประถม และ ต่อมัธยม จะต้องไปช่วยแม่ขายเต้าทึงตลาดพลู ครอบครัวเราใช้คำว่า เต้าทึงตลาดพลู ขายที่ตลาดพลูและ เตาปูน  ถุงละ 3  – 5 บาท จนกระทั่งมาถึง 15 บาท เป็นระยะเวลาน่าจะ 20 ปี เริ่มแรกการขายเต้าทึงตลาดพลู เพื่อหาค่าข้าวกินกันทั้งครอบครัว ข้าว 1 โล เย็นตาโฟ 1 หม้อ กินกันทั้งพ่อแม่ พี่น้อง ครอบครัวเราขายจนกระทั้่งส่งตัวเอง และ พี่น้องเรียนจนจบปริญญาตรีกันทุกคน

หลังจากจบปริญญาตรี อาจจะหัวดีหน่อยคือเรียน ในมหาลัย 3 ปี แล้วจบปริญญาตรี ระหว่างเรียนราม เรายังคงไปช่วยแม่ขายเต้าทึงที่เตาปูน ลูกค้าหลายคนรวมถึงแม่ค้า เขามองไอ้ตี๋ นี่มันสุดยอดเอาหนังสือมาอ่านอย่างกะหนังสือการ์ตูน เรียน รามจบภายใน 3 ปี ส่วนใหญ่จะได้กินข้าวที่แม่ค้ามาขาย เช่น ลูกชิ้นปิ้ง เปาะเปี๋ยสดเป็นประจำแบบไม่เก็บเงิน อาจจะดูและเห็นแล้ว สงสารมั้ง ช่วยแม่หลังเรียนจบเนื่องจากเกรดดีหน่อยตอนจบเลยได้ไปฝึกงานที่ FCI และก็โชคร้ายที่แม่เราโดนร่มขนาดใหญ่ล้มทับ สะบ้าแตก ลูก ๆ ทุกคนจึงลงความเห็นกันว่า เต้าทึงตลาดพลูยุติการขายและให้ลูก ๆ ทุกคน เป็นคนหาเลีี้ยงดู

 

 เริ่มต้นชีวิตหลังจากเรียนจบ …. ชีวิตไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ

ทำงานในเงินทุน First city Investment ในปีก่อนฟองสบู่แตก การทำงานในเงินทุนในปี 2536-2537 ก่อนฟองสบู่แตกในปี 2540 หนุ่ม Financial ส่วนใหญ่เนื้อหอม ความฝันมากมาย การมีแฟนคนแรก การตั้งเป้าหมายหลาย ๆ อย่าง แต่ทุกอย่างก็พังทลาย ในปี 2540 คือฟองสบู่แตก ไม่เหลือครับ ทุกอย่างไม่ว่างาน , ความรัก , ความฝันทุกอย่างพังลงหมด…

ออกจาก FCI หางานหลายที่ไม่มีคนรับ เพราะตำแหน่งสินเชื่อมันตัน , ทำได้เพียงรับสินค้า ในโรงงานแปลง อันละ 2 บาท เอามาต้มกับผงซักฟอก แล้วไปขายตลาดนัด อันละ 10 บาท งานวัดงานต่าง ๆ หน้าตลาดวัดหนองแขม ได้กำไรพอเลี้ยงตัวเองได้

สมัครงาน….. จนได้ทำงานที่ CETALEM เป็นบริษัท สัญชาติ ฝรั่งเศษ ดีใจมากได้กลับมาทำงานอีกครั้ง CETALEM เป็นเครือของคาร์ฟูร์ คือ Counter AEON ในคาร์ฟูร์ จะถูกแทนที่ด้วย CETALEM ทำงานได้ 1 ปี แล้วก็โดนเลิกจ้าง ครับ เป็นการโดนเลิกจ้างครั้งที่ 2 ของชีวิตต่อจาก FCI

สมัครงาน…. หลังจากเลิกจ้าง…(ท้อ ๆๆๆ ร้องไห้ น้ำตามีมาตลอด) งานหายาก แต่ทุกอย่างอยู่ที่ใจ

กล้าขายแปรง, กล้าขายเต้าทึง , กล้าคุยกับลูกค้า โอกาสที่ 3 ของชีวิต

ถ้ากล้าที่จะขาย ไปสัมภาษณ์งานจาก product เกี่ยวกับการทวงหนี้ ของ Business online ที่เขาลองเปิดแผนกนี้ขึ้นมา ไม่ลองก็ไม่รู้ ทำให้ดีที่สุด ขายได้ 1 – 2 รายอยากจะลาออก จนในแผนก ของ Sales เขาลาออกไป เลยมีโอกาสไปขาย Product ของ บริษัท คือ Bingo

 

น้ำตาไหล เหนื่อยท้อ ยอดขายเยอะมาก การที่ต้องโทรศัพท์วันละ 20- 30  Calls ออกไปพบลุกค้า เพื่อปิดการขายมียอด New ลูกค้าใหม่ และ ลุกค้าเก่า Renew ในแต่ละเดือนต้องทำให้ได้มากกว่า เกือบ 1 ล้านบาท ต่อเดือน มันเป็นอะไรที่กดดันมาก

เคยถามกับตัวเองเหมือนกันว่าทำไมชีวิตมันลำบากจังในการหาเงิน แม้แต่บาทแรก เราอาจจะโชคดีที่เราได้เพื่อนร่วมงานที่ดี สอน ให้กำลังใจกัน ช่วยเหลือกัน เพื่อนสอนแม้กระทั้งเป็นโค็ช ว่าเราจะขายอย่างไร การนำเสนออย่างไร ให้กำลังใจอย่างไร หาลูกค้าอย่างไร

3 ปีใน Business Online มันทำให้เรียนรู้กลยุทธ์การขายงานที่ยาก ๆ เราผ่านมันไปได้ …..

Internet คือสิ่งที่เรียกร้องเราอยู่ในใจมาตลอด เพราะ เราเป็นคนชอบอะไรที่เกียวกับการเขียน Program

 

 

สมัครงานบริษัท ที่เกี่ยวกับ Online ไว้ ถ้าได้ จะไป โชคดี ที่เราได้งานที่  Hansa.com & Shinee.com เขากำลังบุกตลาด Corporate ทางด้าน SMS เราเลยได้โอกาสตรงนี้ เข้าไปทำงาน เราทำงานที่นี่ได้เกือบ 3 ปี ปิด Project ของ ICI ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนกระทั่งบริษัท ฯ ไปต่อไม่ไหว เพราะ เทคโนโลยี มาเร็วและไปเร็ว เป็นครั้งที่ 3 ในชีวิตที่โดนเลิกจ้าง

สมัครงานหลังจากเลิกจ้างไม่ถึง 1 เดือน เพราะมีฐานลูกค้าทางด้านการขาย Banner อยู่ เลยมาตรง Lock ของทาง Jobsdb.com ที่เขาประกาศตำแหน่งงานว่างไว้

 

JobsdB.com เป็น การทำงานทางด้าน Sales ที่หลอกตัวเองที่สุด เพราะรับผิดชอบในการขาย Banner + Landing page + Email Marketing โดยรับยอดขาย 1 ล้านบาทต่อเดือน ทำงานร่วมกับหัวหน้าอีก 1 คนชื่อ พี่หน่อย (พี่หน่อยเป็นคนที่อดทนมาก เคยอยู่ Sales Manager แล้วโดยบีบให้มาขาย banner ในตำแหน่งตรงนี้ โดยผมเป็นลูกน้อง) เขาเล่าให้ฟัง ตำแหน่ง ผมที่มาทำไม่เคยมีใครทำเกิน 3 เดือน เพราะยอดมันเยอะ เราอยู่ได้ด้วยการส่ง Report ปลอม ๆ แต่ที่น่าแปลกคือผมทำลายสถิติทุกคนคืออยู่ได้ เกิน 1 ปี ครับเป็น 1 ปี ที่ยอมรับเลยว่า เหนื่อยและท้อเอาทีเดียว

สมัครงานหางาน ไม่ได้งาน ไปวิ่งรับเป็น Message on demand รับส่งเอกสาร ให้กับบริษัท ฯ สัก 1-2 เดือน โอกาสจากใบสมัครงานจากเพื่อนที่อยู่ shinee.com โดย พี่เขาอยู่ Tarad.com เขาให้ไปสัมภาษณ์ ก็เลยได้งานที่ Tarad.com


Tarad.com เป็นบันทึกเรื่องราวที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต ได้แรงบันดาลใจจากเพื่อนร่วมงาน เจ้าของกิจการ พี่ป้อม ภาวุธ ผมได้การเรียนรู้การสร้างแรงบันดาลใจการทำงานเป็นทีม การทำงานแบบพี่น้อง การทำงานที่สนุกที่สุด แต่ การร่วมทุนจาก Rakuten ในสิ่งที่ผมอยู่ในส่วนของ Sales Corporate นั้น ต้องแยกออกมาเป็น Taradsolution.com

ระหว่างทำงานใน Tarad.com แม่ที่รักที่สุดป่วย และ ผมเองต้องลางานไปเฝ้าจนกระทั้่งตัดสินใจยื่นใบลาออก เพื่อไปเฝ้าแม่ ที่โรงพยาบาล ชีวิตช่วงนั้นไม่ต้องพูดถึง ทุกอย่าง fail หมด ไม่อยากหวัง ท้อ เหนื่อย จนกระทั่งพี่ป้อมและคุณเอ็มไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล โดยบอกไว้ว่า จบจากงานแม่แล้วมาทำงานต่อ

แม่เสียทำธุระทั้งหมดได้สิทธิ์  without pay พนักงานคนหนึ่ง เป็นบุญคุณ ที่ดีที่สุด กลับมาใน Tarad.com และ ก็เปลียนมาเป็น Taradsolution.com

 

taradsolution_cardName

 

 

ผมขายงานของ Tarad solutions ทั้ง Online Media และ การพัฒนา Website จนกระทั่ง ทีมลาออกกันหมด เพราะไม่มีคนทำงาน อีกทั้ง ทางพี่ป้อมเอง ก็อยากจะขยายไปทางด้าน Media Agency ในนาม Winter Egency ผมเองจึงตัดสินใจลาออกพร้อมทีมงานเดิม

 

ไปสัมมนา หลังจากยื่นใบลาออกไปเจอ พี่จอย ที่ทำงานใน Thai Rent A Car เขาก็เลยชวนมาทำงาน ใน Thai Rent A Car ผมทำงานในองค์กรนี้ 2 ปี 10 เดือนและยื่นใบลาออก เพราะมีการเปลี่ยนหัวหน้างานเดิม และทำงานด้วยความรู้สึกลำบากใจมาก ก็เลยลาออกมาดีกว่า

 

Thai Rent A Car (1978) Co.,ltd.

Thai Rent A Car (1978) Co.,ltd.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Update 31 สิงหาคม 2558

5 เดือนหลังจากลาออกจาก Thai Rent A Car สู่การทำงานกับเพื่อน ๆ และ Programmer ในนาม Software house และการพัฒนา Product ของ P.O.S / E.R.P สำหรับ ร้านค้าสำหรับผู้ประกอบการแบบคนเดียว

มันอาจจะเป็นความฝันของการมีกิจการ หรือ ผู้ก่อตั้ง สำหรับ คนทำงานของมนุษย์เงินเดือน มาตลอด แต่การเดินทาง บนเส้นทางนี้ ปัจจัยพื้นฐานของงเราและเพื่อน ๆ นั้นไม่เท่ากัน ต้องยอมรับความจริง เรื่องรายได้ เงินที่เอามาเลี้ยงครอบครัว ทุก ๆ คนที่มาร่วมทำธุรกิจกัน เขามีงานธุรกิจส่วนตัวกันอยู่แล้ว สำหรับ Product ที่เปิดนั้น ก็คือ ค่อยเป็นค่อยไป แต่เราไมมี ธุรกิจอื่น ๆ เลย คือลุยงาน 100 % ถ้าไม่ได้ลูกค้าก็ไม่ได้เงิน ( อีกทั้ง ความคิดเ็นส่วนตัว คือ Product ไม่อิน ฐานลูกค้าไม่อิน เราถนัด แต่หาลูกค้ากลุ่มใหญ่ เมื่อเราเจาะลูกค้ากลุ่มใหญ่ Corporate  กับทีมงานเรา แค่ 1 คน Programmer 1 คน )  ทั้งต่อราคาของลูกค้า Noname และ ไม่มีงบทางการตลาดในการทำธุรกิจต่อ จึงตัดสินใจ หยุด ดีกว่า

1 ในลูกค้าที่ส่ง Proposal ไป เข้าไปนำเสนองานทางด้าน Online Media On Demand แต่เนื่องด้วยทางเขาไม่อยากรับ Freelance แล้วถามว่าสนใจทำงานประจำไหม ก็ได้เข้ามาสอบ

Blog การบ้านที่ส่งไปแทนใบสมัครงาน ทำให้เขารับผมเข้าทำงาน จนได้มาทำงานที่นี่

 

sis distribution

sis distribution

 

 

 

 

 

 

 

 

 

งานทางด้าน Online ตอนรับเข้ามาทำงานเดิมทีว่าจะให้ ทำในส่วนของ Google Adwords นั่งอยู่ 2 เดือนก็มาพัฒนา Website ในองค์กรไป 2 Web จนกระทั่งทีมงานของ Wiko Mobile ลาออก ผลก็เลยเราก็ต้องลาออกจาก SIS มาเป็นพนักงาน WIKO Mobile แทน

นามบัตร Wiko

นามบัตร Wiko

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เข้าสู่ SIS + WIKO จะทำงานครบ 1 ปีละ คงจะเตือนตัวเองว่า

 

โอกาสของคน…. มันเริ่มต้นได้เสมอ… ตอนนี้ ได้ลมหายใจของบริษัท ฯ หนึ่ง ให้เข้ามาทำงาน ทางด้าน Online แต่ คิดไว้ในอนาคต เราคงกลับไปทำธุรกิจส่วนตัวอิก แต่การกลับไปคราวนี้ คงทำอะไรที่จบได้ด้วยตัวเงอคนเดียว ก็ คือ หาสินค้ามาขายในระบบ Online ที่เราเชี่ยวชาญ …

 

คำสอนของแม่ เมื่อยามลำบาก ผมจะจำไว้เสมอ

ชีวิตลูกที่เกิดมา อย่าไปอิจฉา คนที่รวยกว่า เก่งกว่า การศึกษาดีกว่า แม่เหนื่อยสายตัวแทบขาดส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี ได้แล้วแม่ภูมิใจที่สุด ระหว่างทางของลูกจะเจอสิ่งอะไรที่มันทำให้ท้อ สิ้นหวัง เหนื่อย ร้องไห้ ให้คำนึงว่า พื้นฐานของคนเราไม่เท่ากัน ลูกจงเชื่อมั่นในความดี และ ความดีจะปกป้องลูกเอง

ผมจำคำนี้ขึ้นใจและท่องไว้ตลอดมา

ชีวิตที่เริ่มต้นจากศูนย์ถึงติดลบ แต่ผมไม่เคยท้อ……

Anantachai ittiworapong

Webmaster : …www.idea2mobile.com

Comments

comments